“แม่ค้ากุ้ง” ตลาดกลาง วอนเสพข่าวอย่างมีสติ หลังสร้างผลกระทบหนัก การแชร์เรื่องการโกง ทั้งที่ไม่พบว่าเป็นจริง  

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

“แม่ค้ากุ้ง” ตลาดกลาง วอนเสพข่าวอย่างมีสติ หลังสร้างผลกระทบหนัก การแชร์เรื่องการโกง ทั้งที่ไม่พบว่าเป็นจริง

จากกรณีโชเชียล มีการแชร์ภาพและข้อมูลข่าวสารว่า #เสียชื่อหมด ( กุ้ง ) ( กุ้ง )กุ้งเผาอยุธยา งานเข้า โกงลูกค้ามานาน เอาดินน้ำมันขดไว้ที่ก้นตะกร้าเพิ่มน้ำหนัก โดนจับเกือบทุกร้าน จนกลายเป็นกระแสวิพากวิจารอย่างหนักใน โชเชียล รวมถึงสร้างผลกระทบกับพ่อแม่ค้าวันนี้ 12 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยัง ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ตั้งอยู่ริมถนนคู่ขนาน ถนนสายเอเชีย ช่วงพื้นที่ ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องการที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมารับประทานอาหาร ของทะเล ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะที่ขึ้นชื่อ คือ กุ้งเผา เป็นเปรียบเสมือนแหล่งที่คนรู้จักหรือเมื่ออยากรับประทาน กุ้ง จะต้องเดินทางมาที่แห่งนี้ พบว่าหลายๆร้านมีการใช้ตะกร้าแบบมีรูทั้งใบ การชั่งมีการทอนตะกร้า เป็นไปตามระเบียบเรียบร้อย

วันนี้ ร้านต่างๆมากมายได้รับผลกระทบ จากช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัส โควิด-19 ระบาด และยังต้องมาได้รับผลกระทบกับกระแสวิพากวิจาร จากโซเซียลที่มาการโพส ข้อความดังกล่าว ทำให้หลายๆร้านที่มีรูปภาพโผล่ออกไปต้องรับผลกระทบถูกตกเป็นผู้ต้องหาของสังคม เช่นที่ร้าน ป.เป้ากุ้งเผา ที่เป็น 1 ในหลายๆร้านมีรูปภาพโผล่ออกมาผ่านโซเซียล โดยพบกับ นางสาว บุญสร้าง รักรัง อายุ 50 ปี(ไม่ใส่แมส)กับนางสาว จอย ยาดี อายุ 55 ปี (ใส่แมส) เจ้าของร้านดังกล่าว กว่าว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ภาพลักษณ์เสียหาย เสียความรู้สึก ยอดตก เครียดมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังจะเดินเรื่องขอความช่วยเหลือจากทางราชการ เสียใจ เสียความรู้สึก อยากฝากถึงทุกคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์รู้ไม่จริง อย่าทำออกไป เขามาถามมาสอบถามกันก่อน ไม่ใช่ต่างคนต่างพูด แต่คนที่เสียหายคือทางร้าน ไหนจะลูกน้องไหนจะค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ  เหมือนมีแต่คนมาด่าๆและตบหัวเรา ทั้งที่เราไม่ได้เป็นคนสร้าง

จากสถานการณ์โควิด ร้านก็ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้อีกกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากมายเลย อยากฝากคนดู ขอให้พิจารณาหน่อยว่า ร้านไหนทำร้านไหนไม่ทำ เพราะว่าที่ร้านไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะที่จังหวัดมาตรวจสอบความเป็นจริง คนที่เอาภาพไปแอบอ้างไปโยงกันเลยทำให้เสียชื่อทางร้าน ทำให้ลูกค้าไม่มี ความเป็นจริงเหตุการณ์ในภาพที่มีการแชร์ กันคือทางจังหวัดมาตรวจตราชั่งกับตะกร้า เขาบอกว่ามีคนไปร้องเรียน ทางราชการเขาก็มาตรวจตลาดกลาง

ตามหน้าที่ของเขา แต่ว่าทุกร้านไม่มี เป็นบางร้านอย่ามาว่าร้านใดร้านหนึ่ง แต่ที่ร้านโดนคือรูปที่ร้านออกไป ทุกคนก็เพ่งเร่งมาเป็นที่ร้าน อยากวอนให้ลูกค้า หรือประชาชนที่ดูอยู่ ให้เข้าใจตรงนี้ด้วยว่าร้านไหนทำไม่ทำ หรือถ้าร้านไหนทำขอให้คนที่ซื้อพบให้โวยวายที่ร้านได้เลย ระบุเป็นร้านๆ จะได้ไม่พาดพิงไปร้านอื่น ร้านอื่นพาเดือดร้อน จะได้จับร้านที่ผิดเดี๊ยวนั้นเลย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทางโซเชียล นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เรื่องราวดังกล่าวมีมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่ามีคนมาซื้อกุ้งที่ตลาดกลาง กุ้ง ของพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในการดูแลขอองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 21 เมษายน 2563 ก็ได้มอบให้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ประสานทางภานิชย์ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ กอ.รมน. ออกไปตรวจสอบ

หนึ่งก็คือไม่พบว่ามีการเอาดินน้ำมันมาอุดในตะกร้าที่ชั่งกุ้ง แม้แต่ร้านเดียวก็ไม่พบ  แต่เราพบสิ่งที่อาจจะสร้างความไม่มั่นใจ อย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกคือตาชั่ง ซึ่งพบว่ามีหมดสภาพแล้ว อันนี้สำนักชั่งตวงวัดก็ได้ยึดไป 3 เครื่อง และพบว่าตะกร้าที่ใช้ชั่งน้ำหนักกุ้งประมาณ 50 กว่าใบ ที่เป็นตะกร้าไม่มีการเจาะรูด้านล่าง อาจจะมีน้ำขังทำให้ผู้ซื้อไม่สบายใจในเรื่องน้ำหนักกุ้ง ก็ได้ตรวจยึดมาทั้งหมด แต่ว่าการพบการกระทำผิด ตามที่มีข้อร้องเรียน อันนี้ไม่พบ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ได้ฝากให้ศูนย์ดำรงธรรม

และทางอำเภอพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องเร่งสร้างความมั่นใจ เพราะว่าตลาดกลางก็เป็นแหล่งของกุ้ง กุ้งเผา ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีชื่อเสียงมาก ขอเรียนว่าทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยินดีรับฟังขอร้องเรียนทุกเรื่อง และหากพบความไม่ปกติอย่างไรเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทุกกรณี จะกำชับผู้ประกอบการจะต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ที่ไปตรวจล่าสุดก็ไม่พบการกระทำผิดใดๆ แต่จะมีการออกซุ่มตรวจเป็นระยะ

พร้อมฝากถึงประชาชนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็อยากเชิญชวนทุกท่านให้มาอุดหนุนเหมือนเดิม ขณะนี้ตลาดกลางนั้น นอกจากมาตรการสร้างความมั่นใจ ว่าเราไม่มีการเอารัดเอาเปรียบผู้ซื้อแล้ว เรายังเสริมในมาตรการป้องกันโควิด ตอนนี้มีการกำชับให้ตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ ให้วาง ให้มีระยะห่าง จุดที่จะทำไม่ให้ประชาชนมารวมกัน สิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ตลาดกลาง สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งในเรื่องไม่เอารัดเอาเปรียบ และขณะเดียวกันเป็นตลาดกลางมีส่วนสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ยังพบว่า ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการโพสในเฟตบุกของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 ระบุข้อความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พาณิชย์จังหวัด อำเภอพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กอ.รมน.อย. และสำนักงานกลาง ชั่ง ตวง วัด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

กรณีมีสื่อสังคมออนไลน์ร้องเรียนว่า ตลาดกลางสินค้าเพื่อการเกษตร (ตลาดกลางกุ้ง) จำหน่ายสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภค โดยการนำดินน้ำมันติดไว้ในตะกร้าใส่กุ้งเพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้นในเวลาชั่ง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่พบว่าร้านค้านำดินน้ำมันติดที่ตะกร้าตามที่กล่าวอ้าง แต่พบว่ามีบางร้านนำตะกร้าที่ไม่มีรูระบายน้ำ หรือมีการกักขังของน้ำบางส่วนมาใช้ ทำให้มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานกลาง ชั่ง ตวง วัด ได้ยึดตะกร้าดังกล่าวเพื่อตรวจสอบทั้งหมด 16 ร้านค้า ยึดตะกร้าได้จำนวน 58 ใบ และตรวจยึดตราชั่งกิโลที่ชำรุด จำนวน 3 เครื่อง เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าทุกร้าน เปลี่ยนตะกร้าใหม่เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและป้องกันเรื่องร้องเรียนมิให้เกิดขึ้นอีก

 

ขอบคุณที่มา : ศักดริน  พุทธคาวี / ทีมข่าวนกกระจอก