“เหยื่อขนมจีบ” โผล่แจ้งความอีก เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เผยชีวิตลูกชายเกือบไม่รอด ยันเป็นขนมจีบไก่ มั่นใจเป็นของค้างคืน

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

“เหยื่อขนมจีบ” โผล่แจ้งความอีก เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เผยชีวิตลูกชายเกือบไม่รอด ยันเป็นขนมจีบไก่ มั่นใจเป็นของค้างคืน

เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ที่ 15 พฤษภาคม 2563 นางสาว ดลลญา ช้างภู่พะงางาม พร้อมกับบุตรชายรวม 3 คน ได้นำใบรับรองแพทย์ เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับแม่ค้าขนมจีบมรณะที่ทำให้ครอบครัวตนเองเกือบเอาชีวิตไม่รอด โดยเฉพาะบุตรชายทั้งสองอาการหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 6 วัน  นางสาว ดลลญา ได้เล่าว่า ขนมจีบลูกตนกินเข้าไป มารดาได้ซื้อมาจากแม่ค้ารายนี้ ที่บ่อผักกะเฉดเจ้าเดียวกับที่หญิงวัย 66 ปี ที่เสียชีวิตซื้อมากิน โดยทางครอบครัวตนซื้อมาทั้งหมด 3 กล่อง ในช่วงเที่ยงของวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

และนำมารับประทานช่วงบ่ายสี่โมงเย็น ซึ่งตนยังสังเกตได้ว่าขนมจีบที่แม่ค้านำมาขายนั้นใส่ถุงพาสติกขนาดใหญ่กว่า10 กล่อง อีกทั้งเกือบทุกกล่องจะมีผักกาดแก้วแถมใส่มาด้วยแต่ผักกาดแก้วที่แถมมานั้นพบว่าผักไม่สดและซ้ำคล้ายกับผักข้ามคืน จึงไม่ได้ทานผักไปด้วย ส่วนขนมจีบตนยืนยันว่าเป็นขนมจีบไก่ เพราะก่อนทานจะแกะดูพบว่าเป็นเนื้อสีขาว ต่างจากขนมจีบหมูที่เคยซื้อทานประจำ

นอกจากนั้นภายในขนมจีบยังมีส่วนผสมของมันแกวหรือแห้วปนมาด้วย โดยครอบครัวมีตนและลูกชาย และพ่อที่กินกันในวันนั้นรวม 4 คน ทุกคนจะเริ่มท้องเสียและอ้วก ไข้ขึ้นสูงในเวลาไร่เรี่ยกันคือสามถึงสี่ทุ่ม จึงพากันไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลาดกระบัง ลูกชายทั้งสองเพิ่งได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านเมื่อวานนี้ แต่ก็ยังมีอาการถ่ายบ้างเล็กน้อยอยู่ โดยแพทย์ระบุว่าอาการท้องเสียรุนแรงเกิดจากขนมจีบที่ทานไปนั้นมีเชื้อแบททีเรียจำนวนมากจน

ทำให้ลำไส้อักเสบและถ่ายท้อง วันนี้จึงตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งตนเองมั่นใจมาจากขนมจีบแน่นอน ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง ได้ออกหมายเรียกนางสาว มิ้น แม่ค้าขนมจีบรถเร่ รายนี้ให้มาพบเพื่อสอบปากคำแล้ว แต่เบื้องต้นยังไม่พบตัวและติดต่อไม่ได้ หากไม่มาตามหมายเรียกสองครั้งก็จะขออนุมัติหมายจับของศาลตามขั้นตอนต่อไป

 

 

 

ภาพ / ข่าว ทีมข่าวนกระจอก