“บิณฑ์” เปิดใจ สุดตื้นตันภารกิจเสร็จสมบรูณ์ ยอมเผย..ครั้งช่วยน้้ำท่วม เคยเจ็บหนัก แต่ไม่ยอมบอกใคร กลัวทุกคนเป็นห่วง ไม่อยากให้ชาวบ้านต้องรอ

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วันนี้ 6 ส.ค. 63 บริเวณด้านข้างศาลหลักเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถร เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ การดำเนินการก่อสร้างพระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมเธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ดังกล่าว โดยมีพลโทอรรถ สิงหัษฐิต ประธานมูลนิธิอุบลราชธานีอนุสาวรีย์คนดีศรีวนาลัย มูลนิธิร่วมกตัญญู ข้าราชการ หน่วยงาน รวมไปถึงประชาชน จ.อุบลราชธานี ได้เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ตั้งแต่เวลา 12.00-17.00 น.

จนเสร็จสิ้นพิธีการวางศิลาฤกษ์ และพิธีส่งมอบรถตู้ ambulance ระดับ สูงสุดที่มีในเมืองไทยขณะนี้เทียบเท่าโรงพยาบาลใหญ่ในตัวอำเภอ 18 คัน / รถพยาบาลสนาม MERT 1 คัน / เรือกู้ภัยให้กับมูลนิธิในจังหวัดอุบลราชธานี 4 ลำพร้อมพ่วง จากโครงการ SAVE Ubon 2019 / เครื่องมือทางการแพทย์ , ส่งมอบโรงเรียนที่ก่อสร้างใหม่ ที่ประสบภัยน้ำท่วมในปี 2019 , อาคารทางการแพทย์ชุมชน , ห้องทันตกรรมในโครงการ SaveUbon 2019 และ รถโรงเรียน 6 คัน จากโครงการ ฮึบไทยแลนด์ โดย ศิลปิน โจอี้บอย มอบเงินบริจาคนำมาจัดซื้อ และมีพิธีปล่อยแถวขบวนรถมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ ตามหน่วยงานต้นสังกัด

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนเองรู้สึกดีใจมากๆ เป็นอะไรที่ภาคภูมิใจในชีวิตมากๆ ที่เราได้สร้างประโยชน์ให้สังคม ไม่แม้แต่เรา แต่เป็นคนไทยทั้งประเทศที่ทำให้กับพี่น้องอุบลราชธานี ถ้าเราไม่เกิดน้ำท่วมเราก็จะไม่รู้ว่าคนไทยทั้งประเทศสามัคคีกันขนาดไหน ทุกคนพร้อมที่จะยื่นมาเข้ามาช่วย เพียงแค่อาทิตย์เดียวเงินเข้ามากว่า 422 ล้านบาท ทำให้รู้สึกว่าพี่น้องประชาชนอยากช่วยเหลือกันจริงๆ เพราะพี่น้องอุบลราชธานีลำบากจริงๆ ครั้งแรกเมื่อปี 2521 และ 2545 และมาครั้งล่าสุดคือปี 2562

พี่บิณฑ์เปิดใจกับผู้สื่อข่าวอีกว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ขึ้นไปช่วยน้ำท่วมอีสาน-อุบลฯ ร่างกายตนเองรู้สึกแย่มากๆ และเหมือนจะไม่ไหว แต่ไม่ได้บอกคนรอบข้าง เพราะเราเกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่เรารุ้ตัวเองว่ามันหนักถ้าคืนนั้นไม่ไหวไม่ผ่าน และภารกิจต้องจบแน่นอน ยังไงก็ต้องเข้าโรงพยาบาล ความรู้สึกที่มันบอกที่บอกทุกคนไม่ได้ มันเหนาวเหน็บ มันเจ็บปวดแค่ไหน สารพัดนะครับ แต่ด้ววยแรงที่เราอธิษฐานจิตว่าขอเถอะ ขอให้จบภารกิจนี้ ขอให้เราได้ทำในสิ่งที่เราตั้งใจที่จะทำ และพี่น้องประชาชนเขาอุตส่าห์ให้เรามาทำตรงนี้แล้วเนี่ย แล้วก็ทานยา ได้ป๊าของเฮียโต้ เจ้าของโชว์รูม MG อุบลราชธานี ต้มยาจีนมาให้ทานเช้าเย็น

เราเจ็บปวดมาก คืนนั้นเรารู้สึกว่าถ้าตายก็ต้องตายคืนนั้น ถ้ารอดเมื่อไหร่ผมลุย ปรากฏว่าตื่นเช้ามาก็มีบ้างที่รู้สึกว่า มันยังเจ็บปวดอยู่ แต่มันดีขึ้นมากๆ เราก็ยังรู้สึกเลยว่า เป็นเพราะแรงอธิษฐานเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า ที่ทำให้เราดีขึ้น แล้วก็ออกทำภารกิจเลย เพราะเรากลัวว่าจะทำให้ประชาชนที่รอความ่ชวยเหลือต้องล่าช้าออกไป แล้วผมว่าสิ่งหนึ่ง ถ้าใจเราสู้ เราก็จะข้ามตรงนั้น วิกฤติตรงนั้นไปได้ จนเสร็จสิ้นตามภารกิจที่เราต้องการไว้ ตลอดภารกิจทั้ง 3 เดือน มันครั้งแรกที่เราอยู่ที่ไหนนานๆ ทั้งหมด เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ แม้กระทั่งประชาชน ร้านค้าต่างๆ ให้การต้อนรับเราอย่างดีมากๆ

แม้กระทั่งวันเรากลับ ทุกคนสองข้างทางถนน ราวๆหมื่น โบกไม้โบกมือ คือด้วยบางคนประทับใจ บางร้องไห้นำอาหารมาให้ทาน เชิญชวนพวกเราไปทานอาหารโดยไม่คิดสตางค์ เรารู้สึกประทับใจมากๆจริงๆ เราคิดว่าทำงานไม่ได้เสียเปล่า เราได้พันธมิตร ได้ญาติมิตรที่ดี ได้สิ่งๆ เป็นสิ่งดีๆที่ดูแลซึ่งกันและกัน เราป่วยเขาดูแล เขาป่วยเราก็เข้าไปช่วยดูแล เขาไม่มีเราก็เสริมให้ เนี่ยคือการเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทย ตั้งแต่สมัยไหน จนปัจจบัน เราก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ วิกฤติขึ้นมาปุ๊บ คนไทยก็ช่วยเหลือกันนะครับ ไม่มีฝ่ายใด คนไทยคือคนไทย น้ำใจมาที่หนึ่งครับ

อยากบอกกับชาวอุบลฯว่า ผมประทับใจและผมรักพี่น้องชาวจังหวัดอุบลฯทุกคน ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ของจังหวัดอุบล อุบลฯมีกว่า 20 อำเภอ และ 18 อำเภอที่ผมเข้าไปช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม ผมจำได้นะครับ ไปทุกที่ก็เห้นเลยว่าพี่น้องมารอตั้งแต่เช้ามืด ด้วยความใจจดใจจ่อ เงิน 5000 สามารถต่อชีวิตเขาได้เป็นเดือน มันทำให้เรารู้สึกว่า พระเจ้าแอวยพระมาให้เรา สิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรมาให้เรา ช่วยเหลือพวกเขา ผมจะอยู่เคียงข้าง เคียงบ่าเคียงไหล่ กับพี่น้องทุกคนไม่ว่าจะภาคไหนของประเทศไทย มูลนิธิร่วมกตัญญู ทุกคนพร้อมที่จะไปช่วยทันที ที่ท่านเกิดภัยใดๆก็แล้วแต่ เราจะไม่ทิ้งกัน เราจะเคียงข้างท่านเหมือนกับจังหวัดอุบลราชธานีที่ผ่านมา ขอบคุณสิ่งดีจากพ่อแม่พี่น้องอุบลราชธานี ข้าวทุกเม็ด เงินทุกบาท ที่มอบให้กับเราไม่ว่าจะที่ไหนก็แล้วแต่ ทุกหย่อยมหญ้าของจังหวัดอุบลฯ ผมไม่เคยลืม แต่ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ผมอยากให้ทุกคนมีความสุข อีกสัก 10 ปี 20 ปี นะครับ แล้วเรามาดูว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ยังอยู่หรือเปล่า ถ้าอยู่ก็คงได้เจอกันแน่นอนครับผม

ภาพ / ข่าว ทีมข่าวนกกระจอก