ผู้เสียหายจุดแรกเผย “สาวเบนซ์ดำสติแตก เมาชะดะ” โทรหาประกันไม่ติด ยันไม่มีใครจะทำร้าย แค่เคาะกระจกรถ ให้เรียกประกัน

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 12 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุชาติ มหาดไทย อายุ 34 ปี หัวหน้าแผนกจัดส่งสินค้า ย่าน อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายรายหนึ่งจากเหตุการณ์สาวเบนซ์ดำ เมาสุราขับรถไล่ชนดะ ซึ่งนายสุชาติ เป็นผู้อยู่เหตุการณ์จุดเริ่มต้นนี้ที่บริเวณจุดกลับรถหน้าการไฟฟ้าสาขานนทบุรีโดยนายสุชาติ กล่าวว่า ตนกับนายวิรัช คงจีน อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นคนขับกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บบ 7497 นนทบุรี ขับออกมาจากไปรษณีย์นนทบุรีหลังส่งพัสดุเสร็จ เพื่อจะกลับรถในจุดดังกล่าว ก็พบว่ามีรถเบนซ์ป้ายแดงคันดังกล่าวจอดชนกับรถเก๋งคู่กรณีอยู่แล้ว นายวิรัชคนขับกระบะจึงพยายามขับรถตีวงเพื่ออ้อมหนีรถเบนซ์ ปรากฏว่าคนขับรถเบนซ์กลับถอยหลังมาชนกับรถกระบะที่ตนนั่งอยู่ ซึ่งจังหวะตนกำลังนั่งคิดอยู่ว่า เป็นอุบัติเหตุหรือความตั้งใจกันแน่ จึงเปิดประตูรถเพื่อลงไปถามคนขับรถเบนซ์ ซึ่งก็มีคนขับรถเก๋งที่ถูกชนอีกเดินลงไปเคาะกระจกคุยกับคนขับรถเบนซ์ซึ่งเป็นหญิงสาวอยู่ในสภาพเมาสุราหนักมาก ลดกระจกยื่นโทรศัพท์ออกมา บอกว่าให้คุยกับประกันเอาเอง ซึ่งเมื่อตนรับโทรศัพท์มาคุยก็ไม่มีสายปลายทางตอบรับใดๆ จึงส่งโทรศัพท์คืนให้หญิงสาวไปแล้วบอกว่า ประกันไม่รับสาย หญิงคนดังกล่าวจึงปิดกระจก แล้วถอยรถเบนซ์ชนรถกระกระบะตนเองอีกครั้งก่อนจะขับรถหลบหนีไป ตนจึงขับรถตามหญิงสาวไปเพื่อจะให้ตกลงค่าความเสียหาย

นายสุชาติ เล่าเหตุการณ์ต่อว่า เบนซ์คันดังกล่าวขับหลบหนีมุ่งหน้าแยกแคราย และเลี้ยวซ้ายไปถนนงามวงศ์วาน ก่อนไปจอดที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งก่อนขึ้นทางด่วน ซึ่งเมื่อตนตามไปถึงจึงถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานและพยายามเรียกให้คู่กรณีลงมาคุยกัน แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมลงจาก สักพักจึงขับหลบหนีต่อไปขึ้นทางด่วนวัดบัวขวัญหนีไปลงถนนพหลโยธิน ซึ่งระหว่างนั้นตนได้โทรศัพท์แจ้งนายภัทรชัย สร้อยสน อายุ 49 ปี พนักงานของบริษัทอีกคนให้ทราบว่า รถกระบะของบริษัทถูกเบนซ์ชนแล้วหนี นายภัทรชัย จึงได้ขับรถเก๋งมาสมทบและไล่ขับตามรถเบนซ์ของหญิงสาวตามขึ้นทางด่วนไป โดยมีแฟนสาวของนายภัทรชัยช่วยถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากในรถทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่หญิงขับเบนซ์อ้างว่าที่ต้องขับรถหลบหนีเพราะกลัวถูกทำร้ายจากคู่กรณีในจุดเหตุแรกก่อนจะเกิดเหตุการณ์บานปลายนั้น ตนขอยืนยันเลยว่า ไม่มีใครไปพูดจาหรือพูดข่มขู่ใดๆ หญิงคนดังกล่าวเลย เพราะคุณขับรถแพงขนาดนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็แค่โทรเรียกประกันมาคุยกันมันก็จบแล้ว แต่คุณเมามากไป เมื่อโทรหาประกันไม่ติดหรือไม่ก็กลัวประกันจะไม่จ่ายเพราะขับรถในขณะเมาสุรา จึงสติแตกขับรถหลบหนีในลักษณะหวาดเสียวดังกล่าว จนเกิดความเสียหายตามมามากมาย ก่อนจะตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีหญิงคนดังกล่าวที่ สภ.รัตนธิเบศร์ในเวลาต่อมา ซึ่งตัวถังรถได้รับความเสียหายเป็นรอยครูดแต่ไม่มาก

นายภัทรชัย ซึ่งขับรถเก๋งติดตามรถเบนซ์ป้ายแดงขึ้นทางด่วนและถ่ายคลิปพฤติกรรมไว้ได้ กล่าวว่า ตนกับภรรยาขับรถตามหญิงคนดังกล่าวมาทันที่หน้าปั้มน้ำมัน จากนั้นหญิงสาวคนขับเบนซ์ก็พยายามขับรถหนีต่อโดยเฉี่ยวเข้าที่ขาตน หลบหนีไปขึ้นทางด่วนงามวงศ์วานจนไปลงถนนพหลโยธิน ยืนยันได้ว่า หญิงคนขับเบนซ์ไม่ได้ขับหลบหนีไปเส้นถนนวิภาวดี ตนมีภาพที่ภรรยาบันทึกบนทางด่วนไว้เป็นหลักฐาน และขณะที่ขับรถติดตาม ตนยังเป็นห่วงเลยว่า หญิงคนดังกล่าวจะขับรถไปเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนด้วยซ้ำ จึงตัดสินใจเปิดไฟกะพริบขับตามปิดท้ายให้ จนประคองไปลงทางด่วนถนนพหลโยธิน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่เผยแพร่ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ตามมาสกัดหญิงสาวคนขับเบนซ์ดังกล่าวตามลำดับเหตุการณ์ต่อมาที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ

ทางด้าน พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้เดินทางไปสอบปากคำผู้ก่อเหตุคนดังกล่าวร่วมกับ สน.บางซื่อ เนื่องจากมีผู้เสียหายในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.รัตนาธิเบศร์ จุดเกิดเหตุแรกจำนวน 2 ราย แต่มีผู้เสียหายมาเข้าแจ้งความเพียงรายเดียว โดยจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวคือ ขับรถในขณะเมาสุรา ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหายต่อไป

ขอบคุณที่มา : newsnon 11 / ทีมข่าวนกกระจอก