สาวโพสต์ เข้าพักโรงแรมดัง มีคนร้ายเข้ามารื้อค้น ขโมยทรัพย์สินมีค่า มูลค่าเสียหายราว 50,000 บาท 

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วันที่ 16 ก.ย.63 จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Mintra Story ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊ก โดยมีข้อความว่า เข้าพักที่ โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เช็คอินเข้ามาวันที่ 11ช่วงบ่าย จ่ายค่าที่พักไป5คืน คืนแรกผ่านไปปกติ แต่คืนที่2 กลับมา คือห้องเป็นสภาพนี้โดนรื้อของ มีของที่หายไป คือแหวนเพชรทองคำขาว(ซื้อจากช็อปในมาเลราคาประมาณ 30000 บาท), แหวนทองดำ1สลึง(8000 บาท), สร้อยคอ(ทองมาเลเซียราคา 2100ริงกิตMYR)พร้อมจี้พระพิเนศ (ต่างหูทองชุป1คู่ราคาแค่450มันคงคิดว่าแพงเลยเอาไปด้วย) ที่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ทางโรงแรมไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอะไรเลยกับการที่เราแจ้งของหาย (และห้องไม่มีล่องลอยของการงัดแงะเหมือนใช้กุญแจไขเข้ามา) จนเราย้ำค่าให้โทรตามตำรวจ

ถึงโทรให้เราขอเบอร์เจ้าของโรงแรมมาเพื่อขอคุยด้วยเรื่องนี้ รับสายแล้วพูดว่า ” น้องก็ไปแจ้งตำรวจสิคะ ” คิดได้ยังไงคะกับคำพูดนี้ ?? หลังจากนั้นโทรไปก็ไม่รับอีกเลย ทางตำรวจมาถึงก็แค่สอบปากคำ(ผู้เสียหาย) ถ่ายรูป จดบันทึกแล้วก็จากไป ไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมืออะไรทั้งสิ้น แถมบอกให้เราเก็บของใส่กระเป้าได้เลยคือเรามองแล้วมันแทบไม่มีโอกาสได้ของคืนด้วยซ้ำ ไม่มีวี่แววแม้แต่จะจับตัวคนร้ายได้ทางโรงแรม เหมือนไม่ใส่ใจ ปล่อยผ่าน ทั้งๆที่เรามีของมีค่าที่หายไป (เราแจ้งทางโรงแรมขอเงินค่าห้องคืนเพราะจะไม่พักแล้ว ก็จะคืนให้ แค่นั้นค่ะ!)***โรงแรมคืนค่าห้องมา 1200 บาท(ค่าห้องพักคืนละ400) ซึ่งเราจ่ายไป5คืนก็2000 บาทคิดค่าห้องพักในคืนที่ห้องเราโดยขโมยของไปด้วย !!!

นี่คือการรับผิดชอบของโรงแรม แค่คืนห้องพัก3วันที่เหลือ ??เราขอเบอร์ติดต่อเจ้าของโรงแรม โทรไปก็ไม่มีคนรับสาย ไม่มีแม้แต่คำขอโทษจากทางโรงแรม หรือใครสักคน ทีจะเข้ามารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้าที่เข้าพัก !#ล่าสุดพี่สาวเราโทรไปหาโรงแรมเพื่อขอดูกล้องจากโรงแรม บอกให้ดูไม่ได้ต้องรอตำรวจมา#พอสักพักบอกกล้องไม่ได้บันทึกภาพได้เหรอ?? เพิ่มเติมนะคะ บ่ายของวันที่ 13 โทรหาตำรวจเพื่อขอดูกล้อง ผ่านไป2 ชม.ทางโรงแรมถึงเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ดู แต่มีภาพ แค่บางช่วงบางตอน เวลา 21.16น.- 22.25น.ภาพหลังจากนี้ไม่มีอีกแล้ว ทางโรงแรมอ้างว่าไม่ได้บันทึกภาพ ได้เหรอ??กล้องวงจรปิดไม่ได้บันทึกต่อเนื่องหรอกเหรอ??? #เพิ่มเติมนะคะ วันนี้ วันที่ 14/9/2563เวลา 16.30น. ตำรวจได้โทรเรียกเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมค่ะ และบอกว่าจะดำเนินเรื่องให้ค่ะ

ล่าสุด วันนี้ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางมาที่ โรงแรมดังกล่าว อ.พระพุทธบาท จ. สระบุรี พบกับพนักงานต้อนรับ จากนั้นก็นำพาผู้สื่อข่าวไปดูที่หน้าห้องที่เกิดเหตุ ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นห้องดังกล่าว ด้านพนักงานดังกล่าวเผยว่า วันเกิดเหตุ น้อง ๆพีอาร์ มาแจ้งพนักงานชายว่าห้องของเขามีการถูกคนร้ายเข้ามาลื้อข้าวของ และข้าวของดังกล่าวหายไป ซึ่งขณะที่พูดกับพนักงานน้องๆก็เปิดคลิปให้ดู จากนั้นตนเองก็แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวคนร้าย ส่วนทางด้าน ตนเองนั้น เปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนก็พูดคุยกับน้อง ๆแล้วว่า พนักงานของโรงแรมนั้นไม่มีการขโมยอย่างแน่นอน ส่วนการที่จะรับผิดชอบนั้น ทางโรงแรมจะมีหนังสือบอกและติดไว้ถ้าหากมีปัญหาทางโรงแรมจะมีราคาที่กำหนดไว้ตามแผ่นป้ายในราคาไม่เกิน 500 บาท ส่วนทางค่าเสียหายที่น้องจะเรียกร้องมามากกว่านี้

ตนเองไม่สามารถตอบได้ เพราะจะต้องรอ เจ้าของโรงแรมมาพูดคุยกัน เพราะเราไม่มีอำนาจ จากนั้นน้อง พี อาร์ ก็ได้ย้ายออกจาก้องพักของโรงแรม โดยทางโรงแรมจ่ายเงินคืนให้ 1200 บาท พนักงานเผยต่อว่า หลังจากเกิดเหตุนั้น น้อง ๆพีอาร์ ก็ไม่มาที่โรงแรมอีกเลยจนกระทั่ง ตนมาพบว่าน้องเอาคลิปดังกล่าวขึ้นโชเชียล ตนทราบเพียงว่า น้อง ๆพีอาร์ พูดคุยกับเจ้าของโรงแรมอยู่ ส่วนทางด้าน นายต้อน (กัมพูชา) พนักงานเสมียน โรงแรม เผยว่า วันเกิดเหตุมี น้องๆ บอกตนว่าในห้องมีคนเข้ามาขโมยของไป ตนจึงตามมาดูพบว่าในห้องมีข้าวของถูกรื้อกระจายจึงได้มาแจ้ง ผจก.พร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้ และโทรศัพท์เรียกตำรวจ มาตรวจในที่เกิดเหตุ ทางด้าน ร.ต.อ.สมยศ คลังเงิน พนักงาน สอบสวน เผยว่า ตอนนี้กำลังเร่งตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน พยานในที่เกิดเหตุ เข้ามาสอบสวน และผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อจะเร่งรัดติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีทางด้านกฎหมาย

ขณะเดียวกัน น.ส.เพชรไพลิน (ผู้เสียหาย)ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับเจ้าของโรงแรม ถึงความเป็นมาเรื่องกล้องวงจรปิด ว่า ทำไมใช้ไม่ได้ เจ้าของโรงแรมเผยว่า กล้องชั้นดังกล่าวใช้ไม่ได้และเสียมานานแล้ว ใช้ได้เฉพาะ ชั้นล่างเท่านั้น และส่วนเรื่องความปลอดภัยกับผู้พักอาศัย ไม่ได้มีการเตรียมการไว้เลย เพราะว่ามีทางขึ้นทั้งข้างหน้าและข้างหลัง จึงเช็คไม่ได้ว่ามีใครเข้า-ออก บ้าง ส่วนเรื่องที่เจ้าของโรงแรมได้ขอโทษตนนั้น ทำไมไม่ขอโทษตั้งแต่ตอนแรก ส่วนกุญแจก็ให้ตนมาแค่ 1 ดอก ไม่ใช่ 2 ดอก แต่ไม่รู้ว่าห้องของตนเปิดได้อย่างไร และก็ไม่มีรอยงัดแงะอีกตังหาก ถ้าไม่สงสัยคนข้างในจะให้ไปสงสัยใคร เพราะตนเองก็ไม่เคยบอกที่อยู่ให้ใครรู้ แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน ก็ยังไม่รู้ รู้แค่ 2 คน ที่อยู่ด้วยกัน ส่วนทรัพย์สินของตนที่หายไป มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 บาท ส่วนเรื่องคดีติดตามตัวคนร้ายเจ้าของโรงแรมเผยว่า ทางตำรวจได้มีการสอบปากคำและประสานงานกับตนมาตลอด ซึ่งอย่างไร ทางโรงแรมก็ขอโทษจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ขอบคุณที่มา : ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ / ทีมข่าวนกกระจอก