สุดสงสาร! ยายตามองไม่เห็น ลูกชายตาบอด บ้านทรุดโทรมพุพัง อาศัยเงินเบี้ยคนชรา-ผู้พิการ ประทังชีวิต

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สุดสงสาร! ยายตามองไม่เห็น ลูกชายตาบอด บ้านทรุดโทรมพุพัง อาศัยเงินเบี้ยคนชรา-ผู้พิการ ประทังชีวิต ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ต.ค.63 ที่บ้านเลขที่ 372/3 หมู่ที่ 1 ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร พบนางเพิ่ม คงชล อายุ 83 ปี และ นายชำนาญ คงชล อายุ 57 ปี ลูกชายนางเพิ่ม เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวถึงกับออกอาการดีใจ พร้อมทั้งเล่าความลำบากยากจนในชีวิต สภาพบ้านของคนทั้ง 2 เป็นบ้านเก่ามาก ความกว้าง 2 เมตร ลึก3 เมตร หลังคากระเบื้องใกล้ผุพัง ทำให้น้ำฝนรั่วเข้าบ้านเวลาฝนตก ผนังบ้านเป็นอิฐบล็อก ภายในบ้านมีเพียงห้องเดียว มีเตียงนอนของนางเพิ่ม ไม่มีมุ้งกางป้องกันยุง และ ที่นอนเก่าๆของนายชำนาญ ที่แขวนเสื้อผ้าที่เก่า ขาด แสดงถึงการใช้งานมานานหลายปี ด้านหลังบ้านเป็นห้องครัวมีเพียงเตาถ่านเล็กๆ ส่วนห้องน้ำต้องเดินไปหลังบ้านอีก ร่วม 20 เมตร

แต่ที่น่าสงสารไปมากกว่า นั้น คือ นางเพิ่มที่มีอายุมาก ทำให้เดินไม่ได้นานนัก สายตาเริ่มมองไม่เห็น และไม่สามารถทำงานอะไรได้อีกแล้ว ส่วนนายชำนาญ ถึงแม้อายุเพียง 57 ปี แต่  ตาบอดมองไม่เห็น เห็นแสงเพียงลางๆ เท่านั้น สภาพร่างกายมีตุ่มขึ้นทั่วทั้งตัว จากอาการภูมิแพ้ แต่ร่างกายยังคงแข็งแรง นอกจากมองไม่เห็นเท่านั้นที่ทำให้ไม่สามารถทำงาน หรือทำสวนได้

อีกทั้งทั้งแม่และลูก มีรายได้จากเงินช่วยคนพิการ และ เงินช่วยคนแก่ เดือนละ 1600 บาท เท่านั้น นางเพิ่ม กล่าวว่า สายตามองไม่ค่อยเห็น ร่างกายไม่แข็งแรง เดินได้ไม่ไกลมาก ก่อนหน้านี้เคยมีอาชีพเก็บหอยริมแม่น้ำตะโก ขาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำอะไรแล้ว นอกจากเงินช่วยคนชราเดือนละ 800 บาท ยายมีลูก7 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน สามีตายไปนานแล้ว ลูกอีก5 คนก็มีครอบครัวมีบ้านใกล้กันแต่ทุกคนมีฐานะยากจนมาก หาเช้ากินค่ำ รับจ้างรายวัน ไม่สามารถมาจุนเจือได้มากนัก จึงอาศัยอยู่กับนายชำนาญลูกชาย”

ทางด้านนายชำนาญ กล่าวว่า ตามองไม่เห็น หลังจากไปลอกตา ด้วยอาการต้อ หลังจากนั้น 2 ปี ก็ มองไม่เห็น แต่ไม่ได้ไปหาหมอเพราะไม่มีเงิน และ ไม่มีใครไปเฝ้าไข้ที่ รพ. ทำให้มองไม่เห็นมานาน 8 ปี แต่เดิมมีอาชีพรับจ้างทำสวนปาล์ม แต่มองไม่เห็นจึงไม่สามารถทำได้  ถึงแม้ร่างกายยังแข็งแรงก็ยังอยากทำงานหารายได้ อาทิ

การเลี้ยงปลา ทำบ่อปลา ถ้ามีผู้ช่วยให้เริ่มต้นได้ ส่วนเรื่องการดำรงชีวิตได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่มีฐานะ และเพื่อนบ้านในละแวกบ้านอาทิ เจ้าของแพปลา ที่ให้ข้าวสารมาสม่ำเสมอ หรือแม่ค้าขายแกงที่นำแกงมาให้แทบทุกวัน แต่ตนเองยังอยากสู้ชีวิตไม่อยากอยู่ว่างๆ ยังอยากทำงาน ที่สามารถทำได้ แต่คิดไม่ออกว่าจะทำงานอะไรในสภาพร่างกายอย่างนี้”

นายชำนาญกล่าวอย่างคนที่ไม่ท้อแท้ กับชีวิต รอคอยทางราชการจะเข้ามาชี้แนะนำทางชีวิตให้อีกสักครั้ง   คนทั้งสองกล่าวถ้าใครมีเสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ที่เหลือใช้ เช่น มุ้ง เครื่องครัว  เครื่องนอน รองเท้า พอจะช่วยเหลือก็บริจาคได้ บ้านตนเองอยู่ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำตะโก เพียง  กม.จะมีสี่แยก มีศาลพ่อตา บ้านก็จะอยู่หลังศาลพ่อตา

ขอบคุณที่มา : ชูศักดิ์ ตระหง่าน / ทีมข่าวนกกระจอก