อดีตผญบ. โร่ขึ้นโรงพัก แจ้งจับกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็น ปปส. บุกคาแคร์ รวบลูกชาย-เพื่อน ใส่กุญแจมือขึ้นกระบะหาย

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 ก.พ.64 นายธนิน  อายุ 57 ปี นำหลักฐานเป็นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.วิทยา  สับประสาน  พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก  อ.ทุ่งตะโก  จ.ชุมพร ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ซึ่งอ้างว่าเป็น เจ้าหน้าที่ ปปส.  ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาลโดยไม่มีหมายค้น  ไม่แสดงตนให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานใด  กักขังหน่วยเนี่ยว  ทำร้ายร่างกาย  ยักยอกทรัพย์

โดยนายธนิน  การรักษณี อดีตผู้ใหญ่บ้าน 2 สมัย  ของหมู่ที่ 7 ตำบลตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร  ได้ร้องเรียนผ่านทางผู้สื่อข่าวว่าตามที่กล้องวงจรปิดภายใน “ครูต้อยคาร์แคร์” ตั้งอยู่ริมถนนสายสี่แยกเขาปีบ-ปากน้ำตะโก หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งตะไคร เมื่อเวลาประมาณ 19.57  น.วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา สามารถบันทึกภาพมีกลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คนอ้างว่าเป็นตำรวจขับรถกระบะสีขาว ตอนครึ่ง และรถเก๋งนั่งส่วนบุคคล ไม่ทราบรุ่น ยี่ห้อ ได้ขับเข้ามาและได้กรูกันลงมาควบคุมตัวนายเอกวัฒน์ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นบุตรชาย ขณะยืนอยู่บริเวณหน้าคาร์แคร์ โดยบอกให้นอนลงและใส่กุญแจมือ พร้อมเพื่อนที่ยืนอยู่ด้วยกัน แต่นายเอกวัฒน์ลูกชายได้วิ่งหนีไปที่ร้านค้าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้าน และบอกว่า  “ตนโดนซ้อมมา และจะถูกยัดยาผมลุงช่วยติดต่อพ่อผมหน่อย” กลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งตามมา เจ้าของร้านบอกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวว่าให้ติดต่อบิดาก่อนได้ไหม แต่หนึ่งในกลุ่มชายบอกว่า “ลุงไม่ต้องยุ่งผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.” ก่อนนำตัวนายเอกวัฒน์กลับไปขึ้นรถออกไปพร้อมกับนำรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า MSX สีขาวขึ้นรถกระบะไปด้วย

นายธนิน อดีตผู้ใหญ่บ้าน  กล่าวต่อว่า ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ที่คาร์แคร์ แต่หลังจากตนทราบเรื่องจึงพยายามติดต่อตามหาลูกชาย ตามสถานีตำรวจภูธรภายในจังหวัดแต่ไม่พบ  จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ก.พ.ได้มาพบลูกชายพร้อมเพื่อนถูกควบคุมตัวอยู่ภายในที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร พร้อมรถจักรยานยนต์  จึงทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กรมการปกครอง โดยลูกชายมีบาดแผลบริเวณหัวเข่าทั้งสองข้างและข้อมือซ้ายโดยบาดแผลทั้งหมดถูกปิดด้วยผ้าก๊อต  เมื่อสอบถามลูกชายไม่พูดอะไรซึ่งมีอาการเงียบและหวาดกลัว  ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามขั้นตอน ไม่แสดงตนว่าเป็นใคร มาจากหน่วยงานไหน และมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่นอกเขตรับผิดชอบหรือไม่ ไม่แสดงหมายค้นหรือหมายจับแต่อย่างใด ผลไม่พบยาเสพติด  แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะพบลูกชายเป็นฉี่สีม่วง ตนจึงขอให้ตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ยืนยันอย่างละเอียดอีกครั้ง การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้สังคมและลูกชาย เยาวชนโดยเฉพาะในพื้นที่เดียวกันนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แต่ครั้งก่อนไม่ได้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่

ขอบคุณที่มา : ชูศักดิ์ ตระหง่าน / ทีมข่าวนกกระจอก