จับแล้ว! คู่เขยอ้วน-ผอม ตระเวนงัด “ตู้หยอดเหรียญกว่า 10 ตู้” ในสมุทรสาคร 

ข่าวนกกระจอก
  • 87
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    87
    Shares

จับแล้ว! คู่เขยอ้วน-ผอม ตระเวนงัด “ตู้หยอดเหรียญกว่า 10 ตู้” ในสมุทรสาคร

ตำรวจเมืองสมุทรสาคร นำตัว2คู่เขยอ้วนผอม ก่อเหตุตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญกว่า10ตู้ในพื้นที่ อ.เมืองและอ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
เมื่อเวลา 9.30 น.ของวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พลตำรวจตรีสามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัยรรท. ผบก. ภ.จว. สมุทรสาคร ได้สั่งการให้พันตำรวจเอกจิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาครพร้อมด้วยเจ้าพนักงานตำรวจงานสืบสวนสภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ร่วมกันจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหา คือนายสมเกียรติหรือเกียรติ มณีสุริยันอายุ 34 ปีที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 27/49 หมู่ 4 ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครและนายไพโรจน์หรือยุ้ย สายทองอายุ 29 ปีที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 97/2 หมู่ 2 ตำบล สวนส้มอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

โดยวันที่ 30 ตุลาคม2561 เวลา 14.00 น. จับกุมผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งเป็นคู่เขยกัน ได้ที่ห้องพักในพื้นที่ตำบลท่าจีน พร้อมด้วยของกลางจำนวน 13 รายการ ที่ใช้ก่อเหตุ งัดตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้เติมเงินหยอดเหรียญ และ ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุอย่างต่อเนื่องในช่วงวันที่21-26ตุลาคม2561 ก่อเหตุในช่วงเวลา23.00น.-05.00น. หากตู้ไหนที่ทำการงัดได้สะดวกก็ไม่ใช้คีมตัด ซึ่งแต่ละตู้ได้เงินต่ำสุดประมาณ 20 บาท 50 บาท สูงสุดประมาณ 1,000 บาท เงินที่ได้นั้นนำไปใช้จ่าย

ยืนยันว่าไม่ได้นำไปซื้อยาเสพติดประกอบกับ ทั้งคู่เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดและยังไม่มีงานทำ การถูกจับกุมในครั้งนี้บอกว่าจะไม่ทำอีกแล้วเงินที่ได้ไม่คุ้มค่าเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่เมืองสมุทรสาครได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดเกิดเหตุจุดแรกตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เรียบทางรถไฟท่าฉลอม ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

จุดที่ 2 เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หอพักปากทางสวนส้มตำบลบางกระเจ้า อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร จุดที่3 ตู้เติมเงินหยอดเหรียญหน้าร้านขายของชำ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และจุดที่ 4 ตู้น้ำมันหยอดเหรียญหน้าร้านขายของชำ ตำบล บางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสุดท้ายที่ก่อเหตุไม่สำเร็จ เนื่องจากตัดแม่กุญแจไม่ขาด ก่อนจะถูกจับกุมได้ นอกจากนี้ยังไปก่อเหตุในพื้นที่ของสภ.บางโทรัด4จุด และอำเภอบ้านแพ้ว อีก 5 จุด รวมแล้วกว่า10จุดที่ออกตระเวนก่อเหตุ ยังไม่รวมความเสียหายอีกหลายแห่งซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบว่าเป็นนายอ้วนผอมหรือผู้ต้องหารายอื่นๆ ทั้งคู่รับสารภาพว่า

ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

 

 

 

ขอบคุณที่มา : ชูชาติ แดงพยนต์ / ทีมข่าวนกกระจอก