ธ.ก.ส.สระบุรี! เดินหน้าเร่งจ่ายสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนโครงการ “ปลูกข้าวโพด หลังฤดูทำนา” (คลิป)


ข่าวนกกระจอก
  • 85
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    85
    Shares

ธ.ก.ส.สระบุรี! เดินหน้าเร่งจ่ายสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนโครงการ “ปลูกข้าวโพด หลังฤดูทำนา” (คลิป)

วันที่ 7 ธ.ค.61 ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี ธ.ก.ส.สระบุรี ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้กับเกษตรผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา


ในการที่จะถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ ซึ่งหลังจากทำนาแล้ว พักนาแล้วหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งในขณะนี้เป็นความต้องการของตลาด ซึ่งทาง ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนเงินกู้ให้กับเกษตรกร ดอกเบี้ยต่ำ คนละไม่เกิน 30,000 บาท โดยเสียดอกเบี้ยเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์

เป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อให้สามารถจำหน่ายผลผลิต และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง นอกจากทำนา ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่นาลงไปได้ตานนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในวันนี้มีเกษตรกรที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ 78 ราย 116 แปลง ประสงค์ที่จะใช้สินเชื่อ 53 ราย เป็นเงิน 1,590,000 บาท

พร้อมได้จัดทำเอกสารการสนับสนุนสินเชื่อให้กับเกษตรกรไปในคราวเดียวกันทางด้านนายสถาพร อัมพรรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ธ.ก.ส.จะสนับสนุนสินเชื่อ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อให้เกษตรกรให้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิต และจัดหาปัจจัยการผลิตผ่านบัตร “เกษตรสุขใจ”

โดยผู้ขอสินเชื่อจะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร และมีความประสงค์ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในวงเงินไร่ละไม่เกิน 2,000 บาท พื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่ วงเงินกู้รวมไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ระยะเวลาการชำระคืนเกิน 6 เดือนนับตั้งแต่วันกู้ เริ่มจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.61-31 ม.ค.62 โดยจะไม่จ่ายเป็นเงินสด ซึ่งจะให้เกษตรกรนำบัตร “เกษตรสุขใจ”ไปซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่

นอกจากการให้สินเชื่อแก่เกษตรกร และสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. ยังประสานกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนโดยการจัดอบรมวิธีการปลูก และเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และจากศัตรูพืช เกษตรกรยังได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการประกันภัยพืชผล โดยรัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัย ในอัตราไร่ละ 65 บาท

ให้เกษตรกรทั้งหมด ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้รับวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1,500 บาทต่อไร่ ซึ่งทางรัฐบาลได้ประสานงานภาคเอกชน สมาคมผู้รับซื้อข้าวโพด รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคา 8 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรว่านอกจากจะได้รับการดูแลทั้งด้านเงินทุน การคุ้มครองความเสี่ยงจากการผลิตแล้ว ยังสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม ช่วยสร้างรายได้ที่แน่นอนอีก

 

ชมคลิป

 

 

ขอบคุณที่มา : ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ / ทีมข่าวนกกระจอก

  • 85
    Shares