ถึงกับลมจับ! หนุ่มรับจ้างก่อสร้าง จู่ๆมีใบภาษีมาถึงบ้าน “เรียกเก็บเป็นเงินเกือบ 500 ล้านบาท” ร้องสื่อช่วย

ข่าวนกกระจอก
  • 95
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    95
    Shares

ถึงกับลมจับ! หนุ่มรับจ้างก่อสร้าง จู่ๆมีใบภาษีมาถึงบ้าน “เรียกเก็บเป็นเงินเกือบ 500 ล้านบาท” ร้องสื่อช่วย

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายไพบูลย์ ศรีทอง อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 40 หมู่ 1 ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่า ตนเองได้รับหนังสือจากสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีเรื่องเตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ โดยตนองถูกเรียกเก็บภาษีมาจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็น 29 ล้านบาท ครั้งที่สอง จำนวนกว่า 335 ล้านบาท และครั้งนี้ 483 ล้านบาทเศษ และยังถูกทางสรรพากรดำเนินคดีอาญา จึงได้ร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าว นำเสนอข่าว ให้ทางหน่วยงาน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดยในช่วงสายวันนี้ 13 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ที่ยังสร้างไม่เสร็จดี ผนังเป็นอิฐบล็อก บนเนื้อที่ประมาณ 2 งานเศษ ด้านข้างมีเพิงหมาแหงน จำนวน 2 เพิง ใช้ไม้ยูคาลิปตัสเป็นเสา ล้อมด้วยผ้าพลาสติก เป็นที่อยู่ของมารดาและหลาน ส่วนในบริเวณที่พักของนายไพบูลย์ ทราบว่า เป็นบ้านเอื้ออาทรที่ทาง อบต.สร้างให้สำหรับผู้ยากไร้ ภายในจัดทำเป็นที่นอนจำนวน 3 ที่ ด้านข้างต่อเติมเป็นครัว โดยทั้งหมดมี นายไพบูลย์ พร้อมภรรยา บุตร แม่และหลาน ๆ อยู่รวมกัน 5 ครอบครัว จากการตรวจสอบสภาพแล้วพบว่า ฐานะยากจน ซึ่งมีอาชีพรับจ้างก่อสร้างทั่วไป

จากการพูดคุยและตรวจสอบหลักฐานจากนายไพบูลย์ ได้ให้ผู้สื่อข่าวดูหลักฐานที่ทางสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี เรียกเก็บภาษี อาทิเช่น หนังสือที่ กค 0723.0835/651 ลงวันที่ 25 มกราคม 2561 เรื่อง เตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ เรียน กรรมการผู้จัดการบริษัทมาแทน เฟอร์นิเจอร์ จำกัด เลขที่ 63 หมู่ 2 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยแจ้งให้กรรมการผู้จัดการค้างค่าภาษีอากร ตั้งแต่ เดือนสิงหาคม 2553 เดือนพฤศจิกายน 2557 มกราคม 2559 พฤษภาคม 2559 และธันวาคม 2559 รวมเป็นเงิน 335,711,549.45 บาท (ยังไม่รวมเงินเพิ่มตามกฎหมาย)

ต่อมา ยังได้มีหนังสือเตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างชำระจากสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2561 โดยแจ้งว่า ด้วยปรากฏว่าท่านค้างภาษีอากร ตามหนังสือแจ้งการประเมิน พงด.73 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2553 และลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 รวมทั้งสิ้น 8 แบบแจ้งการประเมิน เป็นเงิน จำนวน483,447,152.00 บาท นอกจากนั้นตนเองยังถูกหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 ออกโดย สภ.ประจันตคาม

ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ระหว่างกรมสรรพากร โดยนางสาวราตรี อังกุลานนท์ ผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้กล่าวหา นายไพบูลย์ ศรีทอง ผู้ต้องหา ทำให้ตนเอง พร้อมภรรยาและบุตร วิตกกังวล เนื่องจากตนเองพร้อมครอบครัวมีอาชีพรับจ้าง ฐานะยากจน ยังต้องอาศัยบ้านเอื้ออาทรของน้องสาวอยู่ ไม่เคยเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด แต่อย่างใด

สาเหตุที่ถูกเรียกเก็บภาษีและถูกหมายเรียกคดีอาญา เชื่อว่า น่าจะมีผู้เอาหลักฐานของตนเองไปใช้ประโยชน์ โดยที่ตนเองไม่ทราบเรื่องมาก่อน จึงร้องขอความเป็นธรรมกับทางสื่อมวลชน ให้ช่วยในเรื่องนี้ด้วย เพราะที่ผ่านมาตั่งแต่ตนรู้ว่าถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่ามหาศาลนั้น ได้เคยไปแจ้งความร้องทุกข์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ อ้างแต่ทำตามหน้าที่

นายไพบูลย์ ศรีทอง กล่าวว่า ถูกเก็บภาษี 335 ล้านบาท ไปแจ้งที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ฝากขังและส่งฟ้องศาล ก็ถูกปรับจงใจเพิกเฉยไม่ไปรับทราบ ถูกปรับ 2,500 บาท ถูกเอาเปรียบด้วยความไม่เป็นธรรม ผมไม่รู้ ไม่เคยมีบริษัท แต่ถูกเรียกเก็บภาษี ซึ่งผมไม่ได้กระทำ ถ้าผมทำผมจะไม่เสียใจ แต่นี่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ความเป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ลำบากอยู่แล้วหาเช้ากินค่ำ เลี้ยงดูครอบครัว ภาษีไม่ใช่น้อย จาก 29 ล้าน เป็น 335 เป็น 483 ล้าน ศักยภาพอย่างผมไม่มีปัญญาแน่

ที่ว่าเปิดบริษัทแล้วหาเงินได้ขนาดนั้นชีวิตคงสุขสบายกว่านี้ ที่ผมร้องสื่อเพราะอยากได้ความเป็นธรรมบ้าง ใครที่เอาชื่อผมไปแอบอ้างจดทะเบียนบริษัท เอาหลักฐานผมไปเอมาจากไหน อยากให้สังคมตีแผ่ ให้สื่อตีแผ่ว่าใครเป็นคนกระทำ ผมอยากร้องทุกข์ส่วนที่ผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ เฉลี่ยรายได้วันละ 500 บาท ทำก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ซึ่งหลังจากทราบเรื่องไปขอคัดเอกสาร จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูล ก็จ้องมีค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 3000-4000 บาท ตนไม่มีเงินมากขนาดนั้น อยากให้สังคมหรือหน่วยงานตรวจสอบความเดป็นจริงบ้าง

ทางด้าน พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีปราชญ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประจันตคาม พนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หลังจากได้รับการแจ้งความจากเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีแล้ว ได้ออกหมายเรียก นายไพบูลย์ ศรีทอง มาทำการสอบสวน เจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหา 2 ข้อ ไม่ยื่นแสดงภาษี และหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร และจะสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป

 

ขอบคุณที่มา : สายชล หนูแดง / ทีมข่าวนกกระจอก