รองแม่ทัพภาค 3 ผู้ว่าฯเชียงราย พร้อมจิตอาสา สร้างแนวกันไฟ ควบคุมเพลิงดอยจระเข้ จ.เชียงราย ไม่ให้ลุกลาม


ข่าวนกกระจอก
  • 120
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    120
    Shares

รองแม่ทัพภาค 3 ผู้ว่าฯเชียงราย พร้อมจิตอาสา สร้างแนวกันไฟ ควบคุมเพลิงดอยจระเข้ จ.เชียงราย ไม่ให้ลุกลาม

หลังจากที่ได้เกิดไฟได้โหมลุกไหม้ป่าบนดอยจระเข้ไฟไหม้เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางแล ดอยยาว และดอยพระบาท อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว ล่าสุดพบว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครต่างเฝ้าระวัง ได้วางแนวกันไฟอยู่โดยรอบดอยจระเข้โดยเฉพาะฝั่งทิศตะวันออกด้าน ตำบลแม่จัน

Loading...

และฝั่งทิศตะวันตกทาง ตำบลป่าตึง ที่ยังคงมีไฟลุกไหม้อยู่ตลอดทั้งคืนโดยเฉพาะส่วนยอดเขาที่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นที่ดินไม่สามารถเข้าไปดับได้เพราะมีสภาพสูงชัน วันที่ (16 เมษายน 2562) พลตรี จิรเดช กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ , นางวรรณดีราชชมพู นายอำเภอแม่จัน, พันเอก พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและแผนและการข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย

พันเอก ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการจิตอาสา ประชาชนจิตอาสาทั้ง ชุดดับไฟป่า, หน่วยเสือไฟ ,พลเรือน ,ทหาร, ตำรวจ ผู้นำท้องที่ ,ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ร่วมกิจกรรมทำแนวกันไฟ ในพื้นที่บนดอยจระเข้ เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางแล ดอบยาว

และดอยพระบาท อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และบริเวณโดยรอบเพื่อจำกัดวงของไฟป่าที่ลุกไหม้ กั้นพื้นที่ป้องกันการลุกลามเข้าสู่เขตเมืองและชุมชน และเพื่อเปิดทางให้ชุดดับไฟป่าจากทุกหน่วยงานได้เข้าไปทำการดับไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดเป็นผลสำเร็จโดยเร็ว

🎯 ประชาชนจิตอาสา และกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า ในพื้นที่อำเภอแม่จัน เพื่อเป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้วยการดับไฟป่าและทำแนวกันไฟของจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้

ยังประโยชน์ให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีร่วมมือร่วมใจทำความดีในหมู่ประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน นับเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีหล่อหลอมให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรและสร้างสมดุลในสภาพแวดล้อมรวมถึงระบบนิเวศวิทยา

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ออกปฎิบัติหน้าที่ในการดับไฟป่าบนดอยจระเข้ จนถึงขณะนี้ไฟยังไม่ดับ ทุกหน่วยงานทางภาคพื้นดินและทางอากาศ เร่งช่วยดับไฟ

โดยตั้งวอร์รูมดับไฟอยู่ที่ภายในวัดป่าตึง แต่การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากจุดที่เกิดไฟไหม้เป็นภูเขาสูงชัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงให้ตั้งโรงครัวพระราชทานขึ้น เพื่อเลี้ยงเจ้าหน้าที่และจิตอาสาดับไฟป่า ที่ขึ้นไปปฎิบัติงาน ได้รับประทาน

ด้าน พลตรี สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงราย และนายภาษเดช หงส์ลาดรมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้วางแผนในการปฏิบัติการดับไฟป่า

โดยมี ทหารจากกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง ตำรวจภูธรแม่จัน ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ไฟป่าและอาสาสมัคร กว่า 1,500 คน พร้อมรถฉีดน้ำจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าดับไฟตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และส่งเฮลิคอปเตอร์ MI 17 จากกองบิน 41 กรมการบิน ศูนย์การบินทหารบก

ทำการลำเลียงน้ำครั้งละ 3,500 ลิตร จากอ่างเก็บน้ำห้วยถ้ำเสือ ที่มีความลึกประมาณ 3-5 เมตร และจุดจอด MI 17 ที่บริเวณโรงเรียนบ้านผาตั้ง หมู่ที่ 5 ตำบลป่าตึง ซึ่งใกล้กับสถานที่เกิดเหตุ พร้อมประสานโรงพยาบาลแม่จัน ตั้งศูนย์รองรับกรณีมีผู้บาดเจ็บ

 

โดยพบว่าจุดที่รุนแรงที่สุดคือ อยู่ที่บริเวณสันดอยจระเข้และบริเวณน้ำตกตาดทอง เขตหมู่บ้านป่าตึง ซึ่งทางพื้นได้มีการทำแนวกันไฟเอาไว้แล้ว จึงไม่น่าห่วงเรื่องไฟจะลามออกมา

การปฏิบัติการประชาชนจิตอาสาดับไฟป่า ด้วยการเข้าสนับสนุนการดับไฟป่าร่วมกับชุดปฏิบัติการศูนย์ บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงราย และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า และมีการจัดโรงครัวพระราชทานเข้าสนับสนุนภารกิจของประชาชนจิตอาสาพระราชทานในครั้งนี้อีกด้วย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความปรองดอง สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม

 

โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน โดยศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ (ศอญ.)

ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทำงานระหว่างหน่วยราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า

ให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ ให้คนในชาติ ในชุมชน มีความสุขอย่างยั่งยืน สนองพระราชปณิธานที่ว่า “รักษา สืบสาน ต่อยอด”

 

ขอบคุณที่มา : ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3

  • 120
    Shares