อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินหน้าเร่งช่วยเหลือ ลูกหนี้นอกระบบกว่า 60 ราย ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ หลังถูกนายทุนยึดโฉนด

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินหน้าเร่งช่วยเหลือ ลูกหนี้นอกระบบกว่า 60 ราย ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ หลังถูกนายทุนยึดโฉนด

วันนี้ 20 มิถุนายน 2562 ที่ ห้อง ศปก.สถานีตำรวจภูธรบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนารีรัตน์ ไพศาลธนวัฒน์  อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ย ประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย คณะทำงาน นายสุขุม สุรักษ์กิตติกุล  อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสถาพร นิภาวงศ์ รองอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางณัฏฐญา ชูตระกูล นิติกรชำนาญการ  พ.ต.อ.นันทเศรษฐ์  สุขนพกิจ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านแพรก

ร่วมกันประชุมไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ หลังตรวจสอบพบว่า ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ้านแพรก กว่า 60 ราย เป็นหนี้นอกระบบ ในอัตราดอกเบี้ยอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด จนไม่สามารถผ่อนส่งได้ จนมาสู่การถูกนายทุนบางรายยึดโฉนดที่ดิน ทรัพย์สินของลูกหนี้เอาไว้ นางนารีรัตน์ ไพศาลธนวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับมอบหมายให้แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งปรากฏว่าสถานีตำรวจภูธรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการตรวจสอบเจ้าหนี้ลูกหนี้นอกระบบ ทั้งนี้หลักเกณฑ์เงื่อนไข การมอบโฉนดคืนให้แก่ลูกหนี้นั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบด้านความถูกต้องและทำสัญญา โดยคณะอนุกรรมการการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งมีอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานคณะอนุกรรมการ เนื่องจากเป็นงานเร่งด่วน ที่ประชุมคณะอนุกรรมการการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้มีมติให้อัยการคุ้มครองสิทธิ์เป็นผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้ และจัดทำสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากนายทุนหนี้นอกระบบที่ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และเป็นสื่อกลางในการเจรจาระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการกู้ยืมหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งวันนี้ พบว่าพี่น้องประชาชน ในอำเภอบ้านแพรก กว่า 60 ราย เป็นหนี้นอกระบบ

อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการการใจเกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดอยุธยาเข้ามาเป็นกลางในการไกลเกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เพื่อให้อยู่ในความเป็นธรรมพร้อมคืนโฉนดให้ลูกหนี้โดยเจ้าหนี้ยินยอม

ด้าน นางกิตติยา ชูแหวน อายุ 59 ปี  กล่าววันนี้คนรู้สึกดีใจมาที่วันนี้ได้โฉนดที่ดินคืน หลังจากกินไม่ได้นอนไม่หลับมานาน หวั่นกลัวไม่มีที่อยู่อยู่อาศัยเพราะถูกเจ้าหนี้ยึดโฉนดที่ดินไว้เนื่องจากจากตนเองไปซื้อเครื่องซักผ้าไว้ในราคา 7,000 บาท โดยนำโฉนดมาค้ำประกัน ตั้งแต่ปี 2554 น้ำท่วมไม่มีรายได้แล้วไม่ได้ส่ง

จนรวมต้นและดอกมาเป็นต้นถึง 70,000 บาท พอสอบถามขอถ่ายหน้าโฉนด หวังไปเข้าธนาคารมาถ่ายถอน เจ้าหนี้ก็บ่ายเบี่ยง จนได้เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม ไกล่เกลี่ย จนได้โฉนดที่ดินคืน ดีใจมากที่มีโครงการนี้เข้ามา

 

 

ขณะที่นางสาวขวัญยืน ทองประ อายุ 40 ปี  เล่าทั้งน้ำตา ว่าวันนี้ตนเองขอขอบคุณอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอบคุณ พ.ต.อ นันทเศรษฐ  สุขนพกิจ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านแพรก ที่ยืนมาเข้ามาช่วยเหลือ ไกล่เกลี่ย ในเรื่องนี้ ตนเองยอมรับว่าเป็นเองเป็นหนี้นอกระบบ โดยการกู้ยืมเงินนายทุนมาจำนวนกว่า 110,000 บาท

แต่ได้จับเงินสด 70,000 บาท จนกระทั้งส่งดอกบางไม่ส่งดอกบ้าง จนทำให้นายทุนคิดดอกเป็นต้น ทำให้ตนเองเป็นหนี้ ทั้งหมด กว่า 384,000 บาท พอขาดส่งก็ให้มาซื้อคืนในราคา ปัจจุบันซึ่งสูงถึง 770,000 บาท  ทำให้ตนเองไม่มีเงิน ถ่ายถอนโฉนดคืน ตนเองพยามยืนหนังสือร้องเรียนไปทุกที่

จนกระทั่ง วันนี้ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้ามาช่วยเหลือ ทำให้วันนี้ตนเองได้มีโอกาสถ่ายถอนโฉนดที่ดินคืนกลับสู่ครอบครัวอีกครั้ง

 

 

ด้าน พ.ต.อ.นันทเศรษฐ์  สุขนพกิจ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านแพรก กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด   พบว่ามีการตรวจค้นเอกสารโฉนดที่ดินในความยึดถือของเจ้าหนี้

จำนวนกว่า  70 ฉบับ  และมีลูกหนี้เป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ยในชั้นเจ้าพนักงานตำรวจ  ในเบื้องต้นสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯ  ซึ่งเป็นคณะทำงานการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

จึงลงพื้นที่เพื่อพบปะลูกหนี้เจ้าหนี้ เพื่อตรวจสอบ เจรจาไกลเกลี่ย และทำสัญญาให้กับเจ้าหนี้และลูกหนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย  เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ในการเดินทางมายังสำนักงานอัยการฯในครั้งนี้

 

 

ขอบคุณที่มา : ศักดริน  พุทธคาวี / ทีมข่าวนกกระจอก