หนุ่มหัวหน้าแผนกสโตว์ ออกหาปลา ก่อนลอยคอไปเก็บตาข่าย “ถูกคลื่นกลืนร่างจมทะเล” หายไปต่อหน้า (ชมคลิป)

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หนุ่มหัวหน้าแผนกสโตว์ ออกหาปลา ก่อนลอยคอไปเก็บตาข่าย “ถูกคลื่นกลืนร่างจมทะเล” หายไปต่อหน้า (ชมคลิป)

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 พ.ต.ท.ประจวบ เขตสันเที๊ยะ สารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายหาปลาสูญหายไปในน้ำ ที่บริเวณริมทะเลปากอ่าวท้ายซอยเทศบาลบางปู 120 หมู่ 1 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสาจุดบางปู และประดาน้ำมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณท้ายซอยดังกล่าวซึ่งเป็นป่าโกงกาง

ซึ่งติดอยู่กับชายทะเลปากอ่าวบางปู ได้พบ น.ส.จุลาลักษณ์ แสนกล้า อายุ 44 ปี นั่งร้องไห้อยู่พร้อมกับพรรคพวกอีก 3 คนอยู่ที่โขนหินริมทะเลดังกล่าว พร้อมทั้งให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุสามีตนที่ชื่อ นายบุญมี มาตรินทร์ อายุ 48 ปี เป็นชาวร้อยเอ็ด ซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าแผนกสโตว์ อยู่ที่บริษัท เจมาร์ท ซึ่งตัวอยู่ในแถบสะพานสูง ย่านรามอินทรา ได้ลงไปในทะเลพร้อมกับนายพงษ์ สกุลรัตน์ อายุ 37 ปี

 

และนายเอ อ่อง อายุ 30 ปี เพื่อลงไปเก็บตาข่ายที่เอาไปขึงดักปลาเอาไว้ห่างจากฝั่งประมาณ 300 เมตร โดยมีสามีตนเดินนำหน้าออกไป ส่วนอีก 2 คนเดินตามไปห่าง ๆ ในระหว่างที่สามีตนเดินไปถึงหลักที่ขึงตาข่ายไว้ อยู่ ๆ ก็จมน้ำหายไป ทั้ง ๆ ที่น้ำสูงแค่หน้าอก นายพงษ์ และนายเอ ได้รีบเข้าไปช่วยกันค้นหาแต่ก็ไม่พบ หลังทราบข้อมูลนักประดาน้ำของมูลนิธิป่อเต็กตึ้งจนวน 4 คน ได้ ช่วยกันลงไปงมหาอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงแต่ไม่พบ และคาดว่าร่างของนายบุญมี อาจจะถูกคลื่นดูดออกทะเลไป

นายพงษ์ ได้เล่าว่า ตนและนายบุญมี ผู้สูญหายร่วมทั้งพวกอีก 3 คนร่วมทั้งภรรยาของนายบุญมีด้วย ได้ขับรถยนต์กระบะออกมาจากบ้านพักซึ่งอยู่ที่เอื้ออาทรขจรวิทย์ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ เพื่อออกมาหาจับปลา ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ตอนแรกชวนกนไปหาจับปลาที่บริเวณคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ จนกระทั้งช่วงสายนายบุญมี

จึงได้ชักชวนให้มาวางตาข่ายจับปลาที่บริเวณริมทะเลท้ายซอยดังกล่าว ซึ่งบริเวณชายทะเลดังกล่าวจะมีเขื่อนหินป้องกันน้ำทะเลซับดินออกทะเลอีกชั้นหนึ่งห่างจากฝั่งประมาณ 300 เมตร และมีช่องระบายน้ำออกกว้างประมาณ 4-6 เมตรนายบุญมี และตนร่วมทั้งนายเอ อ่อง จึงได้ช่วยกันนำตาข่ายลงไปขึงที่บริเวณปากร่องระบายน้ำดังกล่าวซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงที่นำทะเลไหลลง จึงไม่มีปัญหาอะไร

 

และต่อมาในช่วงบ่ายนำทะเลได้เกิดขึ้นสูง จึงไม่สามารถออกไปเก็บตาข่ายได้ จึงได้นั่งรอจนกระทั้งถึง 6 โมงเย็นน้ำทะเลได้ไหลลงเหลือระดับน้ำที่สูงเท่าห้าอกเท่านั้น นายบุญมี จึงได้ชักชวนตนและนายเอ อ่อง ออกไปเก็บตาข่ายที่วางดักปลาเอาไว้ที่หน้าร่องระบายน้ำห่างจากฝั่งประมาณ 300 เมตร ซึ่งตอนแรกนายบุญมีก็ลอยคอเกาะถังน้ำมันออกไป แต่เมื่อไปถึงหลักที่ขึงตาข่าย ผู้ตายได้โยนถังมาให้นายเอ

เกาะ เพราะขณะนั้นคลื่นค่อนข้างแรงสูงประมาณ 1-2 เมตร ที่ซัดเข้าหาฝั่ง ระหว่างที่นายบุญมี เกาะอยู่เสาขึงตาข่ายอยู่นายบุญมี ได้จมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา ตนและนายเอ อ่อง พยายามว่ายน้ำออกไป ควานหาตัวนายบุญมี อยู่นานนับชั้วโมงแต่ก็ไม่พบ จึงได้โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าระหว่างที่นายบุญมี ผู้สูญหาย เกาะเสาที่ขึงตาข่ายเอาไว้และถูกคลื่นใหญ่ซัดเข้าฝั่งและถูกแรงน้ำดูดกลับลงทะเล ทำให้ร่างของนายบุญมี ถูกกระแสน้ำดึงออกไปทางร่องระบายน้ำออกไปด้านอกซึ่งเป็นทะเลปากอ่าวและจมหายไป อย่างไรก็ตายจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ชมคลิป

 

ภาพ / ข่าว ทีมข่าวนกกระจอก