พิษเศรษฐกิจ! หัวขโมยย่องเงียบกลางดึก กวาดทรัพย์สินร้านซ่อมจยย.-กระจก/อลูมิเนียม มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 3 แสนบาท

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

พิษเศรษฐกิจ! หัวขโมยย่องเงียบกลางดึก กวาดทรัพย์สินร้านซ่อมจยย.-กระจก/อลูมิเนียม มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 3 แสนบาท

เมื่อเวลา10.00 น.ของวันที่ 3 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ปากซอยคุ้มหลวง ถนนเลียบคลองสี่วา หมู่ที่9 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หลังได้รับแจ้งว่ามีหัวขโมยก่อเหตุกวาดทรัพย์สินร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และร้านกระจก/อลูมิเนียม ร้านที่ถูกก่อเหตุคือร้าน “ช่างจักรมอเตอร์” เจ้าของร้านคือนายจักรพันธุ์ แท่นนิล อายุ 29 ปี

ร้านของช่างจักรถูกยกเค้าทั้งเครื่องมือช่าง อะไหล่แต่ง เครื่องมืออื่นๆอีกหลายรายการและอุปกรณ์ขายกาแฟสดรวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 2แสนบาท ทรัพย์สินต่างๆอะไหล่แต่งที่ถูกปิดล็อคไว้ในตู้กระจกหัวขโมยทำการทุบกระจกก่อนกวาดทรัพย์สินออกไปเกลี้ยง อุปกรณ์ในการขายกาแฟของคุณแม่ก็หายไปด้วยและร้าน”เอสพี รุ่งเรืองอลูมิเนียม” เจ้าของร้านคือนายสมพงษ์ คำบุญมาอายุ 50 ปี

 

ทรัพย์สินที่หายไปเป็นอุปกรณ์ช่าง ไฟเบอร์ ตู้เชื่อมสว่านและอุปกรณ์อื่นๆกว่า10 รายการรวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 50,000 บาท แม้กระทั่งพระบูชาบนหิ้งก็ยังเอาไป ทุกวันเคยจุดธูปกราบไหว้บูชา ในวันนี้นายสมพงษ์ ทำได้แค่เพียงจุดธูป น้อมรำลึกถึงพระพุทธรูปที่ตนอัญเชิญมาไว้บนหิ้ง

อ้อนวอนให้ได้ท่านกลับมากราบไหว้บูชาเหมือนเดิมและขอให้ท่านดลจิตดลใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมหัวขโมยเพื่อให้ได้มาซึ่งอุปกรณ์ทำมาหากิน ตอนนี้เดือดร้อนหนักงานที่นัดลูกค้าไว้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ทั้ง 2 ร้านตั้งอยู่ติดกันเลขที่ 11 หมู่ 9 ตำบลนาดี อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

ตอนนี้ได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสมุทรสาครเพื่อเป็นหลักฐานแล้วและรอเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยทั้งสองร้านคนร้ายใช้วิธีการตัดสายยูที่คล้องแม่กุญแจ ซึ่งคาดว่าก่อเหตุช่วงกลางดึกหลังเวลาตี1ไปแล้วเพราะข้างร้านทั้งสองจะมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาจอดประจำการเพื่อดูแล ช่วยเหลือประชาชนได้แยกย้ายออกจากจุดประจำการประมาณเที่ยงคืน

 

กล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณจุดเกิดเหตุก็ไม่มี คงต้องขอความร่วมมือพลังโซเชียลที่ทราบเบาะแส ช่วยกันแจ้งข้อมูลเข้ามา บ้านเรือนที่อยู่ในเส้นทางดังกล่าวติดกล้องวงจรปิดก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถจะนำมาเทียบเคียงกับช่วงเวลาดังกล่าวได้

การก่อเหตุในครั้งนี้ถือว่าหัวขโมยใจเย็นพอสมควร เพราะต้องใช้เวลาในการขนข้าวของอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักขึ้นรถ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้รถกระบะในการก่อเหตุ เพราะมีร่องรอยการถอยเข้ามาจอดบริเวณหน้าร้าน ซึ่งทั้งสองร้านน่าเห็นใจมาก

ช่างจักร บอกว่า เงินที่กู้มาลงทุนก็ยังใช้คืนไม่หมด ส่วนช่างสมพงษ์ ก็เพิ่งแยกตัวออกมาเปิดร้านเองเพิ่งจะตั้งตัวลงทุนเมื่อต้นปี งานที่รับไว้ก็ไม่สามารถทำให้กับลูกค้าได้ เรียกว่าหมดเนื้อหมดตัว

 

 

 

ขอบคุณที่มา : ชูชาติ แดงพยนต์ / ทีมข่าวนกกระจอก