สาวขับกระบะ..ยังโคม่า ตับ-ภายในช้ำหนัก เลือดออกในช่องท้อง ด้านแม่ลั่น จะพยายามรับชดใช้ให้มากที่สุด ไม่หลบหนี ห่วงลูกสาว หมอดูทัก..เบญจเพสดวงตก

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สาวขับกระบะ..ยังโคม่า ตับ-ภายในช้ำหนัก เลือดออกในช่องท้อง ด้านแม่ลั่น จะพยายามรับชดใช้ให้มากที่สุด ไม่หลบหนี ห่วงลูกสาว หมอดูทัก..เบญจเพสดวงตก

จากกรณีเมื่อช่วงเทียงของวันนี้ที่ 27 ธันวาคม 2562 ได้มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนเสาไฟฟ้าริมถนนสุขุมวิท ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำกว่า 10 ต้นหักล้มลงมาขวางถนนสุขุมวิทสายเก่าขาเข้าตลาดปากน้ำ และล้มทับรถยนต์กระบะและรถเก๋งได้รับความเสียหายหลายคันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องทำการปิดถนนเส้นทางดังกล่าว และเปิดเส้นทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทางกันในเลนขาออก ทำให้การจราจรกลายเป็นอัมพาตติดขัดเป็นทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ที่ 29 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู เพื่อสอบถามอาการของนางสาว ศิริประภา โพธิ์หมู่ อายุ 25 ปี คนขับรถยนต์กระบะที่แหกโค้งชนเสาไฟฟ้าหักล้มลงมาขวางถนนสุขุมวิทสายเก่าขาเข้าตลาดปากน้ำ และล้มทับรถยนต์กระบะและรถเก๋งได้รับความเสียหายหลายคัน และได้รับแจ้งว่าญาติของนางสาว ศิริประภา ผู้บาดเจ็บได้ขอย้ายโรงพยาบาลไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ตามสิทธิ์บัตรทองแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวานนี้

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ได้พบกับนางสาว จริยา ปิ่นแจ้ง อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่เดินทางไปด้วยในวันที่เกิดเหตุ และนางวิชุดา มรกฎ อายุ 44 ปี มารดาของนางสาวศิริประภา ผู้บาดเจ็บ กำลังเฝ้าดูอาการของนางสาวศิริประภา ที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ

นางสาว จริยา หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บได้เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุตนและผู้บาดเจ็บได้เดินทางไปเรือนจำกลางสมุทรปราการ เพื่อไปเยี่ยมแฟนของนางสาว ศิริประภา ซึ่งเป็นคนขับ โดยเดินทางไปด้วยกัน 5 คน ขณะเกิดเหตุกำลังเดินทางจะกลับบ้าน โดยเหตุการณ์เกิดอย่างไรตนเองก็ไม่รู้เรื่องเพราะตนและเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปด้วยกันหลับตั้งแต่นางสาวศิริประภา ผู้เป็นพี่สาวขับรถออกมาจากเรือนจำแล้ว มารู้เรื่องตอนที่เกิดเหตุแล้ว และตนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและก็เจ็บที่หน้าอกเนื่องจากแรงกระแทก ตนก็คิดว่าเหตุที่เกิดคนขับก็น่าจะหลับใน ตอนแรกตนคิดว่ามีรถคันอื่นมาชน แต่เพิ่งมารู้ที่โรงพยาบาลว่ารถที่ตนนั่งมาชนกับเสาไฟฟ้า

นางวิชุดา ได้เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุตนมาได้ไปด้วย แต่มาทราบเรื่องหลังเกิดเหตุมีคนเอามาขึ้นโซเชียลและมีคนเอามาให้ดูและถามตนว่าใช้ลูกสาวตนหรือเปล่า ปรากฏว่าใช่ ตอนที่รู้เรื่องครั้งแรกตกใจมากถึงกับทรุด และรีบเดินทางไปดูที่เกิดเหตุ เท่าที่สอบถามคนที่เดินทางไปด้วยกันเห็นว่าขากลับหลับกันหมดเลย และลูกสาวตนที่เป็นคนขับก็น่าจะเผลอหลับด้วย เพราะคืนก่อนเกิดเหตุลูกสาวตนได้ไปร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่ามาก่อน และกลับมาจนดึก

และพอมาตอนเช้าก็ขับรถไปที่เยี่ยมแฟนที่เรือนจำคลองด่าน เชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นน้องน่าจะหลับในเพราะออกจากบ้านไปตั่งแต่ 6 โมงเช้า ในส่วนมูลค่าความเสียหายก็ยังไม่ทราบว่ามากน้อยแค่ไหนแต่เห็นโลกโซเชียลประเมินกันไว้ค่อนข้างที่จะสูง ซึ่งตนก็ยังไม่รู้ว่าจะหาตรงไหนมาชดใช้ให้ และในขณะนี้ก็ถูกกระแสโซเชียลโจมตีเยอะมาก ซึ่งตนก็อยากจะบอกว่า ตนเองก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มันก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเองอยู่แล้ว

มันเป็นอุบัติเหตุ มันก็พูดไม่ออก คือแบบว่าเราก็รู้ว่าลูกเราผิด และอีกอย่างหนึ่งประกันอะไรมันก็ไม่มีที่เขาด่ามาก็มีส่วนผิด ที่เราดูแลลูกหรือว่าเราไม่ได้ควบคุมรถหรือดูแลเกี่ยวกับรถ แบบมันมีปัญหาส่วนตัวหลายอย่างที่เราต้องใช้เงิน และไม่มีเงินที่จะไปจ่ายค่าประกันด้วย แม้กระทั่งทะเบียนรถก็ขาดมาหลายเดือนแล้วยังไม่มีเงินไปต่อเลย เพราะมันจำเป็นต้องเอาเงินไปทำอย่างอื่นก่อนต้องเลี้ยงหลานและตกงานด้วย ต่อจากนี้ไปก็จะทำให้ดีที่สุด

จะพยายามหาเงินมาเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บกับเหตุการณ์นี้เท่าที่ทำได้จะไม่บิดเบือนและหลบหนี คือจะพยายามหามากองให้เห็นว่าเรามีแค่นี้จริง ๆ และพยายามชดใช้ให้มากที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ ส่วนอาการของลูกสาวตนตอนนี้หมอได้บอกว่าตับและภายในช้ำหนักมากและก็มีเลือดออกในช่องท้อง ภายนอกเขาอาจจะเห็นว่าเย็บไม่กี่ส่วนหน้าบวมตัวมีแต่ลอยฟกช้ำทั้งตัว แต่ข้างในรับแรงกระแทกหนัก

หมอต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด และตอนนี้น้องยังพูดไม่ได้แต่ส่วนประสาทรับรู้และตอบสนองทั้งหมด และลูกสาวเองก็เตรียมตัวที่จะไปบวชชี เพราะเคยมีคนมาทักว่าช่วงนี้น้องดวงไม่ดีมาก ๆ และให้รีบไปบวชก่อนสิ้นปีนี้ และลูกสาวตนก็เตรียมตัวที่จะไปบวชหลังจากที่ไปเยี่ยมแฟนเสร็จ แต่ก็ไม่ทันแล้วมาเกิดเรื่องก่อน และเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นสุด ๆ และไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวตน แต่หลังเกิดเหตุตนยินดีที่จะชดใช้ให้ทั้งหมดตามกำลังที่ตนมี

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเท่าที่สอบถามคนที่เดินทางไปด้วยในรถคันที่เกิดเหตุก็ทราบว่า ทั้งหมดเดินทางไปเยี่ยมญาติที่เรือนจำคลองด่านมาและกำลังจะกลับบ้านที่ปากน้ำ และก็มาเกิดเหตุในบริเวณที่เกิดเหตุ และจากการสอบเบื้องต้นจากคนที่อยู่ในรถทราบว่าคนที่นั่งมาในรถก็ทราบว่าก่อนที่จะออกรถมาจากคลองด่านก็ง่วงกันมาและคนในรถก็หลับกันมาเหลือคนขับเพียงคนเดียว ไม่แน่ใจว่าคนขับหลับขณะเกิดเหตุหรือเปล่า

แต่เท่าที่ประเมินสถานการณ์และภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้ลักษณะการชนที่เกิดเหตุมันเป็นทางโค้ง แต่รถที่ขับมามันวิ่งตรงขึ้นไปบนฟุตบาท โดยที่ไม่ได้ชะลอความเร็วหรือมีการหักหลบไปทางใดทางหนึ่ง เบื้องต้นเท่าที่ดูประกอบการสอบพยานที่อยู่ในรถก่อนเกิดเหตุเชื่อว่าคนขับน่าจะหลับใน และมีความเป็นไปได้

แต่คงต้องรอสอบชัดเจนอีกทีหนึ่ง และในที่เกิดเหตุเราได้ถ่ายรูปลักษณ์การชนเอาไว้หมดแล้วและนำรถมาตรวจสภาพโดยรวมทั้งหมดในทุกระบบ ประกอบกับคำให้การของคนขับรถอีกที่ว่าเขาจะให้การอย่างไรว่ามันเกิดข้อขัดข้องเกี่ยวกับรถตรงไหนเราต้องพิสูจน์ให้ได้ทั้งหมดในประเด็นที่เปิดออกมา ถ้าเป็นลักษณะของความบกพร่องของตัวรถ

ส่วนสาวคนขับแพทย์ได้ประเมินว่าต้องนอนรักษาตัวอีกประมาณ 1 สัปดาห์น่าจะให้การได้ และหลังจากสอบปากคำแล้วเสร็จคนขับน่าจะมีความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนทรัพย์สินของราชการและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อันนี้ไม่รวมกับเรื่องของการไม่ทำปรันภัย พ.ร.บ.ภาคบังคับ ไม่เสียภาษีประจำปี อันนั้นเป็นข้อหาที่ต้องแจ้งข้อหาเพิ่มอีกทีหนึ่ง

 

 

ภาพ / ข่าว ทีมข่าวนกกระจอก