ชาวบ้านจับปลา..ผวา จระเข้โผล่อาบแดด ริมฝายน้ำล้น ประมงพร้อมชุดจับเร่งล่า คาดมีไม่ต่ำกว่า 3 ตัว

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ชาวบ้านจับปลา..ผวา จระเข้โผล่อาบแดด ริมฝายน้ำล้น ประมงพร้อมชุดจับเร่งล่า คาดมีไม่ต่ำกว่า 3 ตัว

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 นายอายุวัฒน์ อนุตรอริยกุล ประมงอำเภอกบินทร์บุรี ได้รับแจ้งจากนายพงษ์ชัย กล่องกล่ำ สารวัตรกำนันตำบลกบินทร์ ว่ามีชาวบ้านพบจระเข้ขนาดใหญ่นอนอาบแดดอยู่ริมฝายน้ำล้นบ้านโคกป่าแพง หลังวัดโคกป่าแพง ม. 7 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งรีบรุดตรวจสอบทันทีเกรงจระเข้อาจจะทำร้ายชาวบ้านได้

ที่บริเวณพบคลองชลประทานดังกล่าวมีฝายน้ำล้น และคันดินกลั้นไว้เป็นช่วงๆ ส่วนที่พบจระเข้นั้นมีความยาวประมาณ 100 เมตร กว้าง 10 เมตร น้ำลึกประมาณ 2-3 เมตร นอกจากนี้ยังพบร่องรอยจระเข้ที่นอนอยู่อย่างเห็นได้ชัดว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 2-3 เมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม ส่วนตรงที่พบจระเข้หลังจากที่ชาวบ้านทราบข่าวต่างแห่กันมาดูพร้อมนำแหมาดักรอทอดตอนที่จระเข้โผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ จึงทำให้จระเข้ตื่นไม่กล้าโผล่ขึ้นจากน้ำ ล่าสุดครั้งสุดท้ายเห็นจระเข้โผล่ให้เห็นเมื่อเวลา 17.00 น.

ต่อมานายอายุวัฒน์ อนุตรอริยกุล ประมงอำเภอกบินทร์ ได้ประสานและขอความช่วยเหลือจากชุด “ไกรทอง”มือปราบจระเข้จากหน่วยป้องกันฯเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สระบุรี มาช่วยปราบ จากนั้นชุด “ไกรทอง”ได้รีบเดินทางมายังสถานที่พบจระเข้เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.เมื่อมาถึงไม่รอช้าจึงให้ชาวบ้านที่มารอดูห้ามส่องไฟฉายเกรงว่าจระเข้จะหลบและไม่ขึ้นจากน้ำ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุด “ไกรทอง”ได้นำไฟส่องบริเวณริมคลองชลประทานเพื่อหาดูดวงตาของจระเข้ทั้ง 2 ฝั่ง แต่ไม่พบดวงตาของจระเข้แต่อย่างใด

จากนั้นจึงได้นำตาข่ายมากั้นระหว่างคลองเพื่อกำชับพื้นที่ให้แคบลง ก่อนที่นำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพร้อมตระแกรงเหล็กที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน แหย่ลงในน้ำเพื่อหาจระเข้ว่าหลบอยู่ตรงไหน การไล่ล่าจระเข้ก็เริ่มขึ้นท่ามกลางชาวบ้านรอลุ้นว่าจะเจอจระเข้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ชุด “ไกรทอง”วนหาอยู่ 2 รอบไม่พบวี่แววของเจ้าจระเข้แต่อย่างใด สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านยิ่งนัก เพราะตอนพบจระเข้ครั้งสุดท้ายมีชาวบ้านเฝ้าดูว่าจะหลบหนีไปทางไปได้ หรือเป็นจระเข้เจ้าที่เจ้าทาง ส่วนจระเข้ที่พบคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าตาเดียว ในจำนวนทั้งหมด 5 ตัว

 

นายอายุวัฒน์ อนุตรอริยกุล ประมงอำเภอกบินทร์บุรี กล่าวว่า จระเข้ที่พบคาดว่าน่าจะเป็นจระเข้มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะว่าบริเวณดังกล่าวไม่พบฟาร์มเลี้ยงจระเข้ในแทบนี้ ส่วนฟาร์มที่เลี้ยงก็แข็งแรงดีไม่น่าจะมีจระเข้หลุดออกมา ส่วนจระเข้ที่พบมีความยาวประมาณ 2-3 เมตร คาดว่าจะมีไม่ต่ำ2 ตัวจากการสอบถามชาวบ้าน

จากการสอบนายก้องเกียรติ บุตรขัน อายุ 28 ปี ชาวบ้านที่พบจระเข้ กล่าวว่า ตนเองออกมาหาจับปลา เมื่อเวลาประมาณ จโมงเช้าที่ผ่านมา มองเห็นจระเข้นอนอาบแดดอยู่บริเวณเนินดินริมฝั่ง เมื่อเห็นคนก็โดดลงน้ำก่อนที่จะมาแจ้งประมงอำเภอให้ทราบ ส่วนจระเข้ที่พบน่าจะอยู่ในป่ายูคาฯหลังจากมีการปรับพื้นที่เพื่อจะปลูกยูคาฯใหม่

โดยใช้รถแบล็กโฮปรับที่ จึงไปรบกวนที่จระเข้จึงหนีมาลงคลองชลประทาน คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3 ตัว ส่วนคนงานที่ปรับที่บอกว่าเห็นจระเข้ไม่ต่ำกว่า 5 ตัว แต่ละตัวมีขนาดใหญ่ การค้นหายังไม่พบจึงยุติการค้นหาเมื่อเวลา 23.00 น.ยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านยิ่งนักถ้ายังจับจระเข้ทั้งหมดไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

ข่าว-ภาพ สายชล หนูแดง /ทัตธน เหล่าหล้า