ข่าวดี! จีนเผยยา “ฟาวิพิราเวียร์ หรือ อาวิแกน” ของญี่ปุ่น อาจรักษาโควิด-19 ได้ พบปอดของผู้ป่วยฟื้นฟูดีขึ้นร้อยละ 91 

ข่าวนกกระจอก
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ข่าวดี! จีนเผยยา “ฟาวิพิราเวียร์ หรือ อาวิแกน” ของญี่ปุ่น อาจรักษาโควิด-19 ได้ พบปอดของผู้ป่วยฟื้นฟูดีขึ้นร้อยละ 91 

Credit Photo : John Minchillo / AP

วันที่ 19 มี.ค. เว็บไซต์เดอะ การ์เดียน รายงานว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน เปิดเผยว่า ยา “ฟาวิพิราเวียร์” (favipiravir) หรือ “อาวิแกน” (Avigan) ยาต้านไวรัสสำหรับการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของญี่ปุ่น ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในการทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 340 คนในเมืองอู่ฮั่น และเมืองเซินเจิ้น

 

นายจางซินหมิน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติจีน แถลงข่าวที่กรุงปักกิ่ง วานนี้ ว่า จากการทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 340 คน โดยหน่วยงานด้านการแพทย์ในเมืองอู่ฮั่นและเซินเจิ้นพบว่า ยาอาวิแกน ที่พัฒนาโดยบริษัท “ฟูจิฟิล์ม โทยามะ เคมิคัล” (Fujifilm Toyama Chemical) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ “ฟูจิฟิล์ม” และปัจจุบันใช้รักษาผู้ป่วยในญี่ปุ่น มีประสิทธิผลในการต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อย่างไรก็ตามบริษัท ฟูจิฟิล์ม โทยามะ เคมิคัล ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาตัวยาดังกล่าวในปี 2014 ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว นายจาง กล่าวยืนยันว่า ยาตัวนี้มีความปลอดภัยสูง และมีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย โดยผู้ป่วยในเซินเจิ้นมีผลตรวจเป็นลบหลังได้รับยาดังกล่าวเฉลี่ย 4 วัน นับจากที่มีผลตรวจเชื้อเป็นบวก เทียบกับค่าเฉลี่ย 11 วัน ของผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาดังกล่าว

นอกจากนั้น ผลการเอ็กซเรย์ยังแสดงให้เห็นว่า ปอดของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ ฟื้นฟูดีขึ้นร้อยละ 91 เมื่อเทียบกับร้อยละ 62 ของผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาดังกล่าว ข่าวนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทแม่ ฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้ง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15.4 เป็น 5,238 เยนต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่สามารถทำการซื้อขายได้ระหว่างวัน เมื่อวันที่ 18 มี.ค.

แพทย์ในญี่ปุ่นได้ใช้ยาตัวนี้ในการศึกษาทางคลีนิคกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสที่มีอาการเบาไปจนถึงระดับกลาง โดยหวังว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนได้ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น กล่าวต่อหนังสือพิมพ์ไมนิจิ ชิมบุน ว่า ยาตัวนี้ใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โดยการทดสอบกับผู้ป่วย 70-80 คน พบว่ามันใช้ไม่ได้ผลมากนักเนื่องจากเชื้อไวรัสได้เพิ่มจำนวนแบบทวีคูณแล้ว นอกจากนั้น แหล่งข่าวยังระบุว่า มีการพบข้อจำกัดของยาในผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ใช้ยากฃดังกล่าวร่วมกับยา “โลปินาเวียร์” (Lopinavir) และ “ริโทนาเวียร์” (Ritonavir) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี

 

 

 

ขอบคุณที่มา : workpointnews